[The Dark Knight Rises Fic] A Piece of Paper

posted on 21 Feb 2013 20:02 by kolonel directory Fiction, Entertainment, Idea
The Dark Knight Rises Fan Fiction
 
A Piece of Paper
 
Author: Kolonel (แต่งเองเรื่องแรกค่ะ TwT/)
Fandoms: The Dark Knight Rises, TDKR, ผงาด
Rating: E
Ship: Bruce Wayne x Selina Kyle
 
++----------------------------------++
 
Love does not begin and end the way we seem to think it does.
 
ความรักไม่ได้เริ่มต้นและจบลงอย่างที่พวกเราคิดว่ามันจะเป็นหรอก
 
สิบปีก่อนเหตุการณ์ออคคิวพาย กอทแธม (Occupy Gotham)
 
บรูซ เวย์น นั่งอยู่บนรถไฟฟ้าซึ่งกำลังมุ่งหน้าเข้าไปในตัวเมืองกอทแธม
 
สำหรับเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองนี้มานั่งอยู่ในระบบขนส่งสาธารณะโดยไม่มีใครรู้เห็น เพราะชายหนุ่มหายไปจากเมืองนี้เป็นเวลาแปดปีเต็มๆ น้อยคนนักที่จะจำเขาได้
 
ถึงแม้นั่นจะทำให้บรูซรู้สึกเหมือนคนแปลกหน้าในบ้านเกิดของตนเอง แต่เขาคิดว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
 
เศรษฐีในคราบคนเดินดินซุกตัวอยู่ใกล้กับประตูทางออก มือกระชับแจ็กเก็ตสีเทาตุ่นๆ นัยน์ตาหม่นเหมือนสนิมจับจ้องบรรยากาศรายทางด้วยสายตาเคร่งครึมราวกับพินิจพิเคราะห์ทุกสิ่ง
 
ซึ่งความจริงแล้วเขาก็กำลังทำเช่นนั้นอยู่
 
บรูซนั่งเงียบๆมองภาพเมืองของตน เมืองที่กว่าครึ่งของสิ่งต่างๆ คนในตระกูลเวย์นได้สร้างขึ้นมา แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปมาก ทั้งทรุดโทรมลง และมีอาชญากรรมมากขึ้น คล้ายกับคนแก่ที่โดนโรคกัดกินเป็นเวลาเนิ่นนาน ซึ่งทั้งหมด มาจากด้วยอิทธิพลของตระกูลฟัลโคนี -- พวกมาเฟีย ที่หมายมั่นจะครอบครองเมืองนี้
 
เขาครุ่นคิด คิดมาเนิ่นนานตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกับคาร์ไมน์ ฟัลโคนี หัวหน้าใหญ่ของเหล่ามาเฟีย คิดถึงคำพูดของเรเชล คิดซ้ำไปซ้ำมาในการออกเดินทางตลอดระยะเวลาแปดปีที่คลุกคลีโลกอาชญากรรม จนได้พบเจอและเข้าร่วมกับพันธมิตรแห่งเงา ที่พยายาม 'ล้างสมอง' ตนเอง ให้ทำลายกอทแธมเสีย
 
แม้สุดท้ายบรูซจะปฏิเสธความคิดพวกนั้น แต่การได้มาเห็นภาพเมืองประจักษ์ชัดในสายตา ก็เหมือนเป็นการตอกย้ำ ว่าคนตระกูลเวย์นอย่างเขาต้องทำอะไรซักอย่างกับเมืองนี้ ถึงจะไม่ใช่วิธีหักดิบอย่างที่พันธมิตรแห่งเงาว่าก็ตาม
 
มีอะไรที่ผมสามารถทำได้ หลังจากไปศึกษาโลกของอาชญากรรมเกือบสิบปี?
 
บางทีเขาอาจต้องใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟันเข้าแลกอย่างที่พวกพันธมิตรนิยาม แต่เขาจะไม่ฆ่า และไม่ยิง
 
บางที่เขาอาจต้องต่อสู้กับความชั่วร้ายด้วยตัวคนเดียว
 
บางทีเขาคงต้องคิดหาวิธี และทำอะไรอีกหลายอย่างเพื่อให้เมืองที่ครอบครัวของเขาลงน้ำพักน้ำแรงสร้างมา ดีได้ดังที่ใจนึกวาดฝัน
 
แต่ทั้งหมดนั่นเป็นเรื่องของอนาคตนี่นะ...
 
...
 
เซลิน่า ไคล์ นั่งอยู่บนรถไฟฟ้าซึ่งกำลังมุ่งหน้าเข้าไปในตัวเมืองกอทแธม
 
หญิงสาวร่างบางในชุดเสื้อโค้ตสีน้ำเงินตัวโคร่งใช้ศอกเท้าหน้าต่าง นิ้วเรียวแทรกใต้ผลสีน้ำตาลยาวสลวย นัยน์ตาสีเดียวกันนั้นมองภาพข้างนอกผ่านไปอย่างแช่มช้า
 
เธอเพิ่งพ้นโทษออกจากคุกมาเมื่อวานก่อน
 
ข้อหา: ทำร้ายผู้อื่นโดยเจตนา
 
ที่มาที่ไปของเรื่องนี้คือ ราวๆหกเดือนก่อน ระหว่างที่เธอเตร็ดเตร่อยู่บนถนน เซลิน่าเห็นพวกนักเลงข้างทางกำลังขู่กรรโชกทรัพย์พร้อมทั้งพูดจาแทะโลมอย่างน่ารังเกียจต่อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอยู่ เธอเลยเข้าไปจัดการพวกมันเข้าให้จนหมอบ
 
แต่ปัญหาก็ตามมา เมื่อคนพวกนั้นดันมีเส้นสายกับกลุ่มฟัลโคนี จึงโดนเอาเรื่องกลับ
 
จริงๆ ก็แค่คดีเล็กๆที่ถ้าไกล่เกลี่ยคงยอมความกันได้ แต่เธอไม่มีเงินไปจ้างทนายมาคุย แถมตนยังมีประวัติลักขโมยติดตัวอยู่ด้วย โจกย์เลยเล่นเธอในชั้นศาลเสียเละ
 
เซลิน่าโดนจับเข้าคุกไปอย่างไม่ยุติธรรมด้วยเหตุดังกล่าว
 
หญิงสาวถอนหายใจ คิดๆดูว่าน่าจะมีใครซักคนลุกขึ้นมาทำอะไรซักอย่างกับระบบที่ไม่มั่นคงนี้ แต่คงไม่ใช่เธอ เพราะฟังดูเพ้อฝัน เป็นงานใหญ่ไป เสี่ยงชีวิตเกินไป
 
ใครจะเสียสละตัวเองเพื่อส่วนรวมได้ขนาดนั้น? ไม่คุ้มซักนิด
 
พลันนั้น คนมากประวัติก็นึกถึงปัญหาใหม่ ว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิต? จะหาเงินที่ไหน จะกินอยู่อย่างไร ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ ไม่ซิ ต้องเริ่มด้วยค่าติดลบ ที่เพิ่มมาจากสิ่งที่ไม่สมควรจะเกิดต่างหาก
 
บางทีเธออาจต้องกลับไปทำอาชีพนอกกฏหมายอีก เพราะแค่ประวัติเก่า ที่ไหนๆก็ส่ายหน้าไม่รับเข้างานแล้ว
 
บางทีเธออาจต้องดิ้นรนมีชีวิตอยู่ในความเหลื่อมล้ำนี้ด้วยตัวคนเดียว
 
บางทีเธอคงต้องคิดหาวิธี และทำอะไรอีกหลายอย่างเพื่อให้มีชีวิตอยู่ในเมืองอันมืดมิดที่เธอไม่มีวันออกไปได้นี่
 
แต่ทั้งหมดนั่นเป็นเรื่องของอนาคตนี่นะ...
 
...
 
ท่ามกลางลมที่ตีเข้ามาในขบวนรถ เศษกระดาษแผ่นหนึ่งปลิวคว้างผ่านหน้าชายหนุ่มและหญิงสาวไปยังโบกี้หลัง
 
 
ทั้งสองมองตามมัน ก่อนฝ่ายหญิงจะวกกลับมาก่อน
 
แวบหนึ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลของทั้งคู่สบกัน ก่อนฝ่ายชายจะหันกลับไปตามเดิม
 
ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
 
นี่คือเรื่องราวชั่วขณะของชายหนุ่มกับหญิงสาวคู่หนึ่ง ที่นั่งรถไฟฟ้าขบวนเดียวกัน และลงจากรถไฟในสถานีเดียวกัน
 
หากแต่เป็นคนละประตู
 
ต่างฝ่ายต่างเดินลงบันไดไปคนละทิศละทาง
 
แน่นอนว่าในตอนนั้น ทั้งสองไม่ได้คิดอะไรต่อกันแม้แต่อย่างเดียว
 
แต่ทว่า เขาและเธอจะกลับมาเจอกันในอีกเกือบสิบปีให้หลัง...
 
ในฐานะที่ไม่มีใครคาดเดาได้
 
++----------------------------------++
 
ในที่สุด ฟิคแบทแคท The Dark Knight Rises ที่แต่งเองโดยไม่ได้แปลมาจากเรื่องของคนอื่นอีกทอดเรื่องแรกของเราก็ออกมาจนได้ ; w ;/ (ซาบซึ้งยิ่ง)
 
ใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียวกว่าจะพิมพ์ออกมาเสร็จ แอบลังเลอยู่หน่อยๆด้วยว่าจะเผยแพร่ดีไหม ยอมรับว่าอายหน่อยๆ เพราะถือว่าเป็นเดบิวต์เรื่องแรกเลย (โฮรววว เวอร์มาก)
 
ฟิคนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากอนิเมทสั้นของดิสนีย์เรื่อง Paperman ค่ะ ที่พระเอกกับนางเอกรู้จักกันระหว่างยืนรอรถไฟ แล้วเอกสารแผ่นนึงในมือพระเอกก็ปลิวไปโดนนางเอก เป็นอนิเมทสั้นๆแต่ลึกซึ้งมาก เลยได้แรงบันดาลใจว่าเราน่าจะแต่งอะไรสั้นๆ จากกระดาษแผ่นหนึ่งที่ปลิวไปดูบ้าง เลยออกมาเป็นฟิค A Piece of Paper นี้
 
เป็นฟิคที่ไม่ค่อยหวานเท่าไหร่นัก (ไม่มีความหวานเลยด้วยซ้ำ) แต่อยากนำเสนอความคิดที่ว่า "บางที เรากับคนที่เป็นคู่กัน อาจเดินพาดผ่านกันไปมาโดยไม่เคยรู้ตัว" อะไรประมาณนี้น่ะค่ะ แฮะๆ
 
คิดเห็นอย่างไรกับฟิคนี้ แชร์ความเห็นได้ตามสบายนะคะ
 

Comment

Comment:

Tweet

#4 By (61.90.13.10|61.90.13.10) on 2015-02-22 12:33

ขอโทษนะคะ ฮา เข้าใจผิดไปเลย ><;
แต่ชอบสำนวนและภาษาที่น้องแบมใช้มากๆนะคะ เข้าถึงตัวคาแรคเตอร์ได้ดีจริงๆด้วย
ชอบช่วงเวลาที่วินาทีที่ได้พบเจอกันแม้ชั่วครู่สั้นๆ เป็นอะไรที่ชอบมากจริงๆค่ะ ^ ^

#3 By dark_shochan on 2013-02-23 14:32

@darkshochan ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่ะ เขินจัง ดีใจที่ชอบความรู้สึกนั้นเหมือนกันนะคะ เราเองก็อธิบายไม่ถูก แต่มันก็เป็นแบบนั้นแหละ

ป.ล. เรื่องนี้แต่งเองค่า ก่อนหน้านี้เราเขียนไม่เคลียร์เอง แก้ไขคำอธิบายแล้วนะคะ ต้องขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด m(_ _)m

#2 By kolonel on 2013-02-23 14:12

ชอบความเป็นโรแมนซ์ของคู่นี้จริงๆค่ะ //////
อารมณ์ที่ว่าแค่เดินผ่านกันยังไม่รู้จักกัน แต่เสี้ยววินาทีนั้น มันก็ยังเป็นเรื่องของอนาคตหลังจากนี้
อธิบายไม่ค่อยถูกแต่ชอบฟีล แนวๆนี้จริงๆค่ะ 
นึกถึงเรื่อง Paperman เป็นอะไรที่ชอบมากจริงๆ > <
ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านกันนะคะ

#1 By dark_shochan on 2013-02-23 07:03